ราคารับทำ AEO ในไทยปี 2026 มี 3 ระดับหลัก คือ AI Visibility Audit อย่างเดียวเริ่มราว 25,000 บาท, Retainer รายเดือนเริ่ม 9,000 บาทถึง 24,000 บาทต่อเดือน และบริการคิดต่อคีย์เวิร์ดราว 29,000 บาท ราคาต่างกันเพราะขอบเขตงาน จำนวนคีย์เวิร์ด และระยะสัญญาไม่เท่ากัน
ประเด็นสำคัญก่อนตัดสินใจ:
- AI Visibility Audit อย่างเดียวเริ่มราว 25,000 บาท ส่งมอบภายใน 7 วันทำการเมื่อข้อมูลครบ (ที่มา: Deskline, 2026)
- แพ็กเกจ AEO/GEO รายเดือนมีตั้งแต่ 9,000 บาท/เดือน ถึง 24,000 บาท/เดือน แบบสัญญา 12 เดือน รวม 288,000 บาท (ที่มา: Deskline, SEP Platform, 2026)
- บริการ AI Search คิดต่อคีย์เวิร์ดราว 29,000 บาท/คีย์เวิร์ด ส่วนแบบรายเดือนเริ่ม 39,000 บาท สำหรับ 8 คีย์เวิร์ด (ที่มา: Wantalk Marketing, 2026)
- บริการ AI Search/AI SEO ในกรุงเทพฯ มีราคาเริ่มต้น 37,700 / 41,800 / 56,000 บาท ตามระดับบริการ (ที่มา: CRIC Labs, 2026)
รับทำ AEO ราคาเท่าไหร่ 2026? สรุปช่วงราคาแบบเข้าใจใน 1 นาที
รับทำ AEO ราคาในไทยปี 2026 อยู่ที่ 3 ระดับ คือ AI Visibility Audit อย่างเดียวเริ่มราว 25,000 บาท ส่งมอบใน 7 วันทำการ (ที่มา: Deskline, 2026), Retainer รายเดือนเริ่ม 9,000 บาทถึง 24,000 บาทต่อเดือน (ที่มา: Deskline, SEP Platform, 2026) และบริการต่อคีย์เวิร์ดราว 29,000 บาท (ที่มา: Wantalk Marketing, 2026)
พูดง่ายๆ ถ้าอยากรู้ก่อนว่า AI มองแบรนด์ยังไง งบหลักหมื่นต้นๆ ก็พอ แต่ถ้าอยากให้มีคนลงมือแก้และผลิตเนื้อหาต่อเนื่อง ต้องเตรียมงบหลักหมื่นต่อเดือนขึ้นไป และถ้าเซ็นสัญญาปี ตัวเลขรวมจะแตะหลักแสน
ข้อควรระวัง: ราคาทั้งหมดในบทความนี้รวบรวมจากหน้าเว็บสาธารณะของผู้ให้บริการ ณ ปี 2026 แต่ละเจ้าปรับราคาได้ตลอด ก่อนตัดสินใจควรขอใบเสนอราคาล่าสุดมาเทียบอีกครั้ง
ราคาขึ้นกับอะไรบ้าง (ขอบเขตงาน จำนวนคีย์เวิร์ด ระยะสัญญา)
ราคารับทำ AEO ขึ้นกับ 3 ตัวแปรหลัก คือ ขอบเขตงาน (แค่ตรวจ หรือลงมือแก้ด้วย), จำนวนคีย์เวิร์ดที่อยากให้ AI หยิบแบรนด์ไปตอบ และระยะสัญญา ยิ่งเซ็นยาว ราคาต่อเดือนมักถูกลง เช่น SEP Platform คิด 24,000 บาทต่อเดือนเมื่อเซ็น 12 เดือน รวม 288,000 บาท (ที่มา: SEP Platform, 2026)
- ขอบเขตงาน: Audit อย่างเดียวถูกสุด เพราะได้แค่รายงาน ถ้าเพิ่มการแก้ Schema Markup เขียน llms.txt และผลิตเนื้อหา ราคาจะกระโดดขึ้นทันที
- จำนวนคีย์เวิร์ด: Wantalk Marketing คิด 29,000 บาทต่อคีย์เวิร์ด แต่ถ้าเลือกรายเดือน 39,000 บาทได้ 8 คีย์เวิร์ด (ที่มา: Wantalk Marketing, 2026) จำนวนคำถามที่อยากให้ AI ตอบถึงเราจึงกำหนดราคาโดยตรง
- ระยะสัญญา: SEP Platform มีแพ็ก 10,000 บาท/เดือน สัญญา 3 เดือน รวม 30,000 บาท เทียบกับแพ็ก 24,000 บาท/เดือน สัญญา 12 เดือน สิ่งที่ได้ต่อเดือนต่างกัน ไม่ใช่แค่ราคา
- สภาพเว็บเดิม: เว็บที่ไม่มี Schema Markup ไม่มีหน้า FAQ และข้อมูลชื่อ-เบอร์-ที่อยู่ไม่ตรงกัน ต้องใช้แรงแก้มากกว่า ราคาจึงสูงกว่าเว็บที่มีรากฐาน SEO ดีอยู่แล้ว
ทำไมราคาแต่ละเจ้าถึงต่างกันมาก
ราคา AEO แต่ละเจ้าต่างกันมากเพราะหน่วยคิดเงินไม่เหมือนกัน บางเจ้าคิดต่อคีย์เวิร์ด บางเจ้าเหมารายเดือน บางเจ้าขายเป็นสัญญารวมหลายเดือน และของที่ส่งมอบต่างกันตั้งแต่รายงานอย่างเดียวจนถึงเนื้อหา Schema Markup และรายงาน citation ทุกเดือน การเทียบจึงต้องแปลงเป็นหน่วยเดียวกันก่อน
จากเคสที่พบบ่อย เจ้าของธุรกิจมักเห็นตัวเลข 9,000 บาทกับ 56,000 บาทแล้วสรุปทันทีว่าเจ้าหลังแพงเกินไป แต่พอแตกดูจริง เจ้าแรกอาจได้เนื้อหา 2 ชิ้นต่อเดือนโดยไม่มี audit ส่วนเจ้าหลังรวม audit เชิงลึก การแก้ entity และรายงานวัดผลไว้แล้ว วิธีเทียบที่ถูกคือดู "ราคาต่อสิ่งที่ได้" ไม่ใช่ราคาหน้าแพ็กเกจ
AEO, GEO, SEO ต่างกันอย่างไร และธุรกิจไทยควรเริ่มจากไหน

SEO, AEO และ GEO ต่างกันที่เป้าหมาย SEO ทำให้เว็บติดหน้าแรก Google, AEO ทำให้เว็บถูกเลือกเป็นคำตอบบน answer engine อย่าง ChatGPT, Gemini, Perplexity และ Google AI Overviews ส่วน GEO ทำให้ AI แบบ generative เอ่ยชื่อแบรนด์โดยตรง ธุรกิจไทยควรวางรากฐาน entity และ Schema Markup ก่อน แล้วต่อยอดสู่ AEO/GEO
AEO (Answer Engine Optimization) คือ การปรับเนื้อหาและโครงสร้างเว็บไซต์ให้เครื่องมือตอบคำถาม AI อย่าง ChatGPT, Gemini และ Google AI Overviews เลือกดึงไปเป็นคำตอบและอ้างอิงถึงแบรนด์
GEO (Generative Engine Optimization) คือ การทำให้ AI แบบ generative เอ่ยชื่อและแนะนำแบรนด์ในคำตอบที่มันสร้างให้ผู้ใช้ ในทางปฏิบัติ AEO และ GEO ทับซ้อนกันมาก ผู้ให้บริการไทยส่วนใหญ่จึงขายรวมกันเป็น "รับทำ AEO GEO" แพ็กเดียว
รับทำ AEO คือ บริการที่เอเจนซี่เข้ามาตรวจว่า AI มองแบรนด์ยังไง แล้วแก้เว็บ เขียนเนื้อหา และวางข้อมูล entity ให้ answer engine ดึงแบรนด์ไปตอบผู้ใช้ได้ พร้อมรายงานว่า AI อ้างอิงถึงเราจริงกี่ครั้ง อ่านเปรียบเทียบเชิงลึกได้ที่ SEO vs AEO vs GEO ต่างกันอย่างไร
ตารางเทียบ SEO vs AEO vs GEO (เป้าหมาย/สิ่งที่ทำ/วัดผลอย่างไร)
ตารางเทียบ SEO, AEO และ GEO ด้านล่างสรุปว่าทั้ง 3 อย่างมีเป้าหมายต่างกัน แต่ใช้รากฐานร่วมกันหลายส่วน โดยเฉพาะ Schema Markup, เนื้อหาที่ตอบคำถามตรง และข้อมูล entity ที่สอดคล้องกันทุกช่องทาง จึงไม่จำเป็นต้องจ้างแยกกัน 3 เจ้า
| หัวข้อ | SEO | AEO | GEO |
|---|---|---|---|
| เป้าหมาย | ติดหน้าแรก Google | ถูกเลือกเป็นคำตอบบน answer engine | AI เอ่ยชื่อและแนะนำแบรนด์ |
| สิ่งที่ทำ | คีย์เวิร์ด, backlink, ความเร็วเว็บ | Schema, FAQ, เนื้อหา answer-first, llms.txt | สร้าง entity, ข้อมูลสอดคล้องทุกที่, รีวิว |
| วัดผล | อันดับ, traffic, CTR | จำนวน citation บน AI, ติด AI Overviews | share of voice บน ChatGPT/Gemini |
ลำดับที่ควรเริ่ม: entity ก่อน แล้วค่อย AEO
ลำดับที่ธุรกิจไทยควรเริ่มคือสร้าง entity ให้ AI รู้จักก่อน แล้วจึงทำ AEO เพราะถ้า AI ยังไม่รู้ว่าแบรนด์คุณคือใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน เนื้อหาดีแค่ไหนก็ไม่ถูกหยิบไปตอบ Entity คือตัวตนของแบรนด์ที่ AI ยืนยันได้จากหลายแหล่ง ทั้งเว็บ Google Business Profile และโซเชียล
- เช็กข้อมูลชื่อ-เบอร์-ที่อยู่ (NAP) ให้ตรงกันทุกที่ ทั้งเว็บ Google Business Profile, Facebook และ LINE OA
- ใส่ Schema Markup ประเภท Organization/LocalBusiness เพื่อบอก AI ว่าคุณคือธุรกิจอะไร ให้บริการอะไร
- เขียนหน้า FAQ และเนื้อหาที่เปิดด้วยคำตอบตรง ตามคำถามที่ลูกค้าถาม ChatGPT จริง
- ค่อยขยายสู่ AEO/GEO เต็มรูปแบบ ด้วย llms.txt, Query Mapping และการวัด citation รายเดือน
โครงสร้างราคา AEO 2026: เทียบ 3 โมเดลการคิดเงินและช่วงราคาจริง
โครงสร้างราคา AEO 2026 แบ่งได้ 3 โมเดล คือ Audit อย่างเดียว (หลักพันถึงหลักหมื่นต้นๆ), Audit + ลงมือแก้ (หลักหมื่นถึงหลักแสน) และ Retainer รายเดือน (หลักหมื่นขึ้นไป) (ที่มา: CiteLogics, 2026) แต่ละโมเดลเหมาะกับงบและเป้าหมายต่างกัน ผู้ให้บริการไทยแต่ละเจ้าเลือกคิดเงินคนละแบบ
| ผู้ให้บริการ | รูปแบบคิดเงิน | ราคา (2026) |
|---|---|---|
| Deskline | AI Visibility Audit | เริ่ม 25,000 บาท (ส่งใน 7 วันทำการ) |
| Deskline | Retainer รายเดือน | เริ่ม 9,000 บาท/เดือน |
| SEP Platform | Retainer สัญญา 3 เดือน | 10,000 บาท/เดือน (รวม 30,000) |
| SEP Platform | Retainer สัญญา 12 เดือน | 24,000 บาท/เดือน (รวม 288,000) |
| Wantalk Marketing | AI Search ต่อคีย์เวิร์ด | 29,000 บาท/คีย์เวิร์ด |
| Wantalk Marketing | AI Search รายเดือน | เริ่ม 39,000 บาท/เดือน (8 คีย์เวิร์ด) |
| CRIC Labs | AI Search/AI SEO กรุงเทพฯ | เริ่ม 37,700 / 41,800 / 56,000 บาท |
ที่มา: Deskline, SEP Platform, Wantalk Marketing, CRIC Labs, CiteLogics (2026) ราคาอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการอีกครั้ง
โมเดล 1: Audit อย่างเดียว — เหมาะกับใคร
โมเดล Audit อย่างเดียวคือการจ่ายครั้งเดียวเพื่อได้รายงานว่า AI มองแบรนด์คุณอย่างไร ราคาในไทยอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นต้นๆ (ที่มา: CiteLogics, 2026) เช่น Deskline เริ่ม 25,000 บาท ส่งมอบใน 7 วันทำการ (ที่มา: Deskline, 2026) เหมาะกับธุรกิจที่ยังไม่แน่ใจว่าควรลงทุน AEO หรือมีทีมในบ้านพร้อมลงมือแก้เอง
ข้อดี: จ่ายน้อย รู้จุดอ่อนก่อนตัดสินใจก้อนใหญ่ ไม่ผูกสัญญา
ข้อเสีย: ได้แค่รายงาน ถ้าไม่มีใครลงมือทำต่อ เงินก้อนนี้ก็เสียเปล่า อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ AI Visibility Audit คืออะไร
โมเดล 2: Audit + ลงมือแก้
โมเดล Audit + ลงมือแก้ คือการจ่ายเป็นโปรเจกต์ครั้งเดียว ครอบคลุมทั้งตรวจและแก้ Schema Markup, เขียน llms.txt, ปรับหน้าสำคัญ และวางข้อมูล entity ให้เสร็จในรอบเดียว ราคาอยู่ที่หลักหมื่นถึงหลักแสน (ที่มา: CiteLogics, 2026) ระดับราคาเริ่มต้นของ CRIC Labs ที่ 37,700 / 41,800 / 56,000 บาท (ที่มา: CRIC Labs, 2026) อยู่ในกลุ่มนี้
ข้อดี: จบงานเป็นรอบ เห็นของจริง ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
ข้อเสีย: answer engine เปลี่ยนพฤติกรรมตลอด งานที่แก้ครั้งเดียวอาจล้าสมัยภายในไม่กี่เดือนถ้าไม่มีใครดูต่อ
โมเดล 3: Retainer รายเดือน — ราคาต่อคีย์เวิร์ด vs ราคา flat
Retainer รายเดือน คือรูปแบบการจ้างผู้ให้บริการ AEO แบบต่อเนื่อง ครอบคลุมการผลิตเนื้อหา ปรับ schema และวัดผลสม่ำเสมอ ราคาเริ่ม 9,000 บาท/เดือน (ที่มา: Deskline, 2026) ถึง 24,000 บาท/เดือน (ที่มา: SEP Platform, 2026) และแบบเน้นคีย์เวิร์ดเริ่ม 39,000 บาท/เดือนสำหรับ 8 คีย์เวิร์ด (ที่มา: Wantalk Marketing, 2026)
คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อยคือ ราคาต่อคีย์เวิร์ด 29,000 บาท แพงหรือถูกกว่า retainer 9,000–24,000 บาท/เดือน คำตอบขึ้นกับ 2 ตัวแปร
- จำนวนคีย์เวิร์ด: ถ้าต้องการ 8 คำ แบบต่อคีย์เวิร์ดจะเท่ากับ 29,000 × 8 = 232,000 บาท ขณะที่แบบรายเดือนของเจ้าเดียวกันคิด 39,000 บาท/เดือน จ้าง 6 เดือนก็ 234,000 บาท ใกล้กันมาก แต่ถ้าโฟกัสแค่ 1–2 คำ แบบต่อคีย์เวิร์ดถูกกว่าชัด
- ระยะเวลา: ต้องถามให้ชัดว่าราคาต่อคีย์เวิร์ดคิดครั้งเดียวหรือคิดซ้ำทุกเดือน ถ้าคิดซ้ำ ต้นทุนต่อปีจะต่างจากแบบ flat มหาศาล
- ธุรกิจแบบไหนเลือกแบบไหน: ธุรกิจบริการเฉพาะทางที่ลูกค้าถาม AI ด้วยคำถามไม่กี่แบบ เหมาะกับต่อคีย์เวิร์ด ส่วนธุรกิจที่มีหลายสินค้า หลายสาขา หรืออยากครอบคลุมคำถามกว้าง Retainer แบบ flat คุ้มกว่า
เคล็ดลับ: ถ้าต้องการทั้งติดหน้าแรก Google และถูก AI อ้างอิงพร้อมกัน ลองดู บริการรับทำ SEO AEO GEO ของ ImVisible ที่รวม 3 อย่างในแพ็กเดียว ช่วยตัดต้นทุนซ้ำซ้อนจากการจ้างแยกเจ้า
จ่ายเท่านี้ต้องได้อะไรบ้าง? สิ่งที่ผู้ให้บริการ AEO ต้องส่งมอบในแต่ละช่วงราคา
ผู้ให้บริการ AEO ต้องส่งมอบ deliverables ที่จับต้องได้ในทุกช่วงราคา ระดับ Audit ต้องได้รายงานว่า AI มองแบรนด์อย่างไรและต้องแก้ตรงไหน ส่งภายใน 7 วันทำการ (ที่มา: Deskline, 2026) ระดับรายเดือนต้องได้เนื้อหา Schema Markup, llms.txt และรายงาน citation ที่วัดผลได้จริงทุกเดือน ไม่ใช่แค่คำสัญญา
นี่คือส่วนที่คู่แข่งส่วนใหญ่ไม่บอกคุณ ตารางราคาสวยแค่ไหนก็ไม่มีความหมายถ้าไม่รู้ว่า "บาทละอะไร" ด้านล่างคือเช็กลิสต์ที่ควรขอให้ผู้ให้บริการระบุเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจ่าย
เช็กลิสต์ deliverables ระดับ Audit
Deliverables ระดับ Audit ที่ควรได้จากงบราว 25,000 บาท คือรายงานที่บอกได้ว่าปัจจุบัน AI ตอบถึงแบรนด์คุณหรือไม่ ตอบว่าอะไร แข่งกับใคร และต้องแก้อะไรก่อน ส่งมอบภายใน 7 วันทำการเมื่อข้อมูลครบ (ที่มา: Deskline, 2026) ถ้าได้แค่ไฟล์ PDF ที่พูดกว้างๆ ถือว่ายังไม่ครบ
- ผลทดสอบคำถามจริงบน answer engine อย่างน้อย ChatGPT, Gemini, Perplexity และ Google AI Overviews พร้อมภาพหน้าจอว่า AI ตอบถึงใคร
- Query Mapping รายการคำถามที่ลูกค้าเป้าหมายน่าจะถาม AI จับคู่กับหน้าเว็บที่ควรเป็นคำตอบ
- รายงานสภาพ entity ว่าชื่อ-เบอร์-ที่อยู่ตรงกันทุกที่ไหม มี Schema Markup ประเภทไหนแล้ว มีจุดขัดแย้งตรงไหน
- รายชื่อคู่แข่งที่ AI แนะนำแทนคุณ พร้อมเหตุผลว่าทำไม AI เลือกเขา
- แผนแก้เรียงลำดับความสำคัญ พร้อมประเมินว่าแต่ละข้อทำเองได้หรือต้องจ้าง
เช็กลิสต์ deliverables ระดับ Retainer (schema, llms.txt, FAQ, NAP, รายงาน citation)
Deliverables ระดับ Retainer รายเดือนที่งบ 9,000–24,000 บาท/เดือนขึ้นไปควรครอบคลุม คือเนื้อหาใหม่ที่ตอบคำถามตรง การใส่และดูแล Schema Markup, ไฟล์ llms.txt, หน้า FAQ, ข้อมูล NAP ที่สอดคล้อง และรายงาน citation ทุกเดือน แพ็กเกจระดับ Entry ในตลาดมักปรับ content 2–4 ชิ้น/เดือน (ที่มา: Brandstromx, 2026)
- เนื้อหา answer-first จำนวนชิ้นชัดเจนต่อเดือน ระดับ Entry ราว 2–4 ชิ้น จ่ายสูงกว่านั้นควรได้มากกว่าหรือลึกกว่า
- Schema Markup ที่ใส่และตรวจสอบจริง เช่น Organization, LocalBusiness, FAQPage, Article พร้อมผลทดสอบ
- ไฟล์ llms.txt ที่สรุปว่าแบรนด์คือใครและหน้าไหนสำคัญ เพื่อให้ AI crawler อ่านง่าย
- หน้า FAQ ที่อัปเดตตามคำถามใหม่จาก Query Mapping
- ข้อมูล NAP (ชื่อ-เบอร์-ที่อยู่) ตรงกันทั้งเว็บ Google Business Profile และโซเชียล
- รายงาน citation รายเดือน บอกว่า AI อ้างอิงแบรนด์กี่ครั้ง กี่คำถาม เทียบกับเดือนก่อนและคู่แข่ง
ทำยังไงให้ ChatGPT, Gemini, Perplexity แนะนำแบรนด์ของเรา

การทำให้ ChatGPT, Gemini และ Perplexity แนะนำแบรนด์ต้องสร้าง entity ให้ AI รู้จักผ่าน Schema Markup, llms.txt, ข้อมูล NAP ที่ตรงกันทุกที่ และเนื้อหาที่ตอบคำถามตรงจุด จากนั้นวัดผลด้วยการเช็ก citation และ share of voice บน answer engine สม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ
ขั้นที่ 1-3: วางรากฐาน entity
- รวมข้อมูล NAP ให้ตรงกัน ชื่อธุรกิจ เบอร์ ที่อยู่ ต้องเขียนแบบเดียวกันทั้งเว็บ Google Business Profile, Facebook และ LINE OA ถ้าข้อมูลขัดกัน AI จะไม่มั่นใจว่าจะอ้างอิงเวอร์ชันไหน
- ใส่ Schema Markup ให้ครบ เริ่มจาก Organization และ LocalBusiness แล้วเพิ่ม FAQPage กับ Article ในหน้าที่ตอบคำถามลูกค้า
- สร้างไฟล์ llms.txt สรุปว่าแบรนด์คือใคร ให้บริการอะไร และหน้าไหนสำคัญ เพื่อให้ AI crawler เข้าใจโครงสร้างเว็บเร็วขึ้น
ขั้นที่ 4-6: ผลิตเนื้อหาและวัดผล citation
- เขียนเนื้อหา answer-first เปิดย่อหน้าแรกด้วยคำตอบตรงตามคำถามที่ลูกค้าถาม AI จริง แล้วค่อยขยายรายละเอียด
- ทำ Query Mapping จับคู่คำถามแต่ละแบบกับหน้าที่ควรเป็นคำตอบ เพื่อไม่ให้เนื้อหาซ้ำซ้อนหรือมีช่องโหว่
- วัด citation ทุกเดือน ทดสอบคำถามชุดเดิมกับ ChatGPT, Gemini, Perplexity แล้วบันทึกว่า AI อ้างอิงแบรนด์กี่ครั้ง เทียบกับคู่แข่ง เพื่อรู้ว่างานที่ทำได้ผลจริงไหม
อยากให้ทีมช่วยวางทั้ง 6 ขั้นแบบวัดผลได้ ดู วิธีทำให้ ChatGPT แนะนำแบรนด์ ได้เลย
เลือกบริษัทรับทำ AEO เจ้าไหนดี 2026: เกณฑ์และคำถามที่ต้องถามก่อนจ่าย
การเลือกบริษัทรับทำ AEO ที่ดีต้องดูความโปร่งใสของราคา สิ่งที่ส่งมอบชัดเจน วิธีวัดผลที่พิสูจน์ได้ และประสบการณ์กับตลาดไทย ควรถามอย่างน้อย 8 คำถามก่อนเซ็นสัญญา เพื่อกันการจ่ายเงินไปกับคำสัญญาที่วัดไม่ได้
เกณฑ์เลือก 5 ข้อ
- ราคาโปร่งใส: แจกแจงได้ว่าราคานี้ได้อะไรบ้าง ไม่ใช่เหมารวมก้อนเดียว
- Deliverables ชัดเป็นลายลักษณ์อักษร: ระบุจำนวนเนื้อหา schema และรายงานต่อเดือน
- วัดผลได้จริง: มีรายงาน citation หรือ share of voice ให้ดู ไม่ใช่แค่บอกว่า "ดีขึ้น"
- ทำตลาดไทยจริง: เข้าใจพฤติกรรมคนไทยที่ถาม AI เป็นภาษาไทย ปนอังกฤษ
- ไม่การันตีอันดับตายตัว: เจ้าที่ซื่อสัตย์จะการันตีกระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ 100%
8 คำถามที่ต้องถามผู้ให้บริการก่อนจ่าย
- ราคานี้รวม AI Visibility Audit หรือต้องจ่ายแยก?
- ได้เนื้อหากี่ชิ้นต่อเดือน และใครเขียน (คนหรือ AI)?
- ใส่ Schema Markup ประเภทไหนบ้าง และมีผลทดสอบให้ดูไหม?
- วัดผล citation บน answer engine ตัวไหนบ้าง ส่งรายงานถี่แค่ไหน?
- มีเคสธุรกิจไทยที่เห็นผลจริงให้ดูไหม?
- ถ้ายกเลิกกลางสัญญา มีเงื่อนไขอย่างไร?
- งานที่ทำเป็นของเรา หรือของเอเจนซี่ถ้าเลิกจ้าง?
- ราคานี้คิดต่อคีย์เวิร์ด ต่อเดือน หรือครั้งเดียว?
ธุรกิจขนาดเล็กควรเลือกแพ็กเกจแบบไหน
ธุรกิจขนาดเล็กงบจำกัดควรเริ่มจาก AI Visibility Audit ก่อน เพื่อรู้จุดที่ต้องแก้จริง แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำ retainer หรือไม่ วิธีนี้ช่วยไม่ให้จ่ายค่า retainer หลักหมื่นก่อนที่ entity พื้นฐานจะพร้อม เทียบเกณฑ์เต็มได้ที่ เกณฑ์เลือกบริษัทรับทำ AEO
หา AEO ราคาไม่แพงแต่ได้ผล กับ "รับทำ SEO ด้วย AI อัตโนมัติ" ต่างกันอย่างไร
บริการ AEO ราคาถูกหรือทำด้วย AI อัตโนมัติมักเร็วและถูกกว่า แต่ขาดการวางกลยุทธ์ entity และการวัดผลเชิงลึก ขณะที่เอเจนซี่ที่มีคนดูแลจริงปรับตามบริบทธุรกิจไทยได้ดีกว่า การเลือกจึงต้องชั่งระหว่างงบและผลลัพธ์ที่วัดได้จริง
ตารางเทียบ: AI อัตโนมัติ vs เอเจนซี่
| หัวข้อ | AI อัตโนมัติ | เอเจนซี่ที่มีคนดูแล |
|---|---|---|
| ราคา | ถูกกว่า | สูงกว่า |
| ความเร็ว | ผลิตเนื้อหาเร็ว | ช้ากว่าแต่ตรงบริบท |
| กลยุทธ์ entity | จำกัด มักทำตามเทมเพลต | วางเฉพาะธุรกิจ |
| วัดผลเชิงลึก | มักได้แค่ตัวเลขพื้นฐาน | รายงาน citation แยกคู่แข่ง |
ราคาถูกที่ยังคุ้ม กับราคาถูกที่ควรระวัง
ราคาถูกที่ยังคุ้มคือแพ็กเกจที่แจกแจง deliverables ชัด มีรายงานวัดผลให้ดู แม้จะใช้ AI ช่วยผลิตแต่มีคนตรวจ ส่วนราคาถูกที่ควรระวังคือเจ้าที่ราคาต่ำผิดปกติ ไม่มีรายงาน ไม่ระบุจำนวนงาน และการันตีว่า AI จะแนะนำแน่นอน ราคาถูกสุดไม่ได้แปลว่าคุ้มสุดเสมอ
ข้อผิดพลาดและข้อควรระวังที่พบบ่อยเมื่อจ้างทำ AEO

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อจ้างทำ AEO คือจ่าย retainer ก่อนแก้ entity พื้นฐาน, ตกลงราคาโดยไม่ระบุ deliverables เป็นลายลักษณ์อักษร และเชื่อคำสัญญาว่า "AI จะแนะนำแน่นอน" ทั้งที่ไม่มีใครการันตีอันดับบน AI ได้ 100% ความเข้าใจข้อควรระวังเหล่านี้ช่วยประหยัดเงินหลักหมื่นได้
5 สัญญาณเตือนก่อนเซ็นสัญญา
- ราคาถูกผิดปกติ ต่ำกว่าตลาดมากโดยไม่บอกว่าตัดอะไรออก
- ไม่มีรายงานวัดผล วัด citation หรือ share of voice ไม่ได้ ได้แต่คำว่า "ดีขึ้น"
- การันตีอันดับ AI ตายตัว ทั้งที่ answer engine ปรับอัลกอริทึมตลอด
- ไม่ระบุจำนวน deliverables ในสัญญา ทำให้เถียงกันภายหลัง
- ขาย retainer ก่อนทำ audit ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเว็บมีปัญหาตรงไหน
วิธีอ่านใบเสนอราคาให้ไม่โดนบวกเกิน
อ่านใบเสนอราคาโดยแปลงทุกอย่างเป็นหน่วยเดียวกันก่อน เช่น "ราคาต่อคีย์เวิร์ดต่อเดือน" หรือ "ราคาต่อเนื้อหา 1 ชิ้น" แล้วเทียบกับเจ้าอื่น ระวังค่า setup ก้อนใหญ่ที่ซ้ำกับ audit และเช็กว่าค่ารายงานรวมอยู่ในราคาแล้วหรือคิดเพิ่ม ถ้าตัวเลขไหนอธิบายไม่ได้ว่าได้อะไร ให้ขอแจกแจงก่อนเซ็น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รับทำ AEO ราคาถูกสุดเริ่มที่เท่าไหร่ในปี 2026
แพ็กเกจ AEO รายเดือนราคาประหยัดในไทยเริ่มต้นราว 9,000 บาทต่อเดือน (ที่มา: Deskline, 2026) ส่วน AI Visibility Audit อย่างเดียวเริ่มราว 25,000 บาท ทั้งนี้ราคาถูกสุดไม่ได้แปลว่าคุ้มสุด ต้องดู deliverables ประกอบว่าได้เนื้อห่ากี่ชิ้น มีรายงานวัดผลไหม
จ่ายค่า AEO แล้วกี่เดือนถึงเห็นผลว่า AI แนะนำแบรนด์
การสร้าง entity และเห็นสัญญาณ citation บน answer engine ใช้เวลาหลายเดือนขึ้นกับสภาพเว็บเดิม ผู้ให้บริการที่ดีจะส่งรายงานวัดผลทุกเดือน ไม่ใช่การันตีอันดับตายตัว เว็บที่มีรากฐาน SEO ดีอยู่แล้วมักเห็นผลเร็วกว่าเว็บที่ต้องแก้ entity ตั้งแต่ต้น
ราคาต่อคีย์เวิร์ดกับราคารายเดือนแบบไหนคุ้มกว่า
ราคาต่อคีย์เวิร์ดอยู่ราว 29,000 บาท/คีย์เวิร์ด ส่วนรายเดือนเริ่ม 39,000 บาทสำหรับ 8 คีย์เวิร์ด (ที่มา: Wantalk Marketing, 2026) ถ้าต้องการหลายคีย์เวิร์ดต่อเนื่อง แบบรายเดือนมักคุ้มกว่า แต่ถ้าโฟกัสคีย์เวิร์ดเดียว แบบต่อคีย์เวิร์ดยืดหยุ่นกว่า
AEO ต่างจาก SEO ตรงไหน ต้องทำแยกกันไหม
SEO เน้นติดอันดับหน้าแรก Google ส่วน AEO เน้นให้เว็บถูก AI answer engine เลือกเป็นคำตอบ ทั้งสองใช้รากฐานเดียวกันหลายส่วน จึงมักทำควบคู่กันเป็นแพ็กเดียว เช่นบริการ SEO+AEO+GEO รวมของ ImVisible ไม่จำเป็นต้องจ้างแยก 2 เจ้า
ธุรกิจเล็กงบจำกัดควรเริ่มจากอะไรก่อน
ธุรกิจเล็กควรเริ่มจาก AI Visibility Audit เพื่อรู้จุดที่ต้องแก้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำ retainer หรือไม่ วิธีนี้ช่วยไม่ให้จ่ายค่า retainer หลักหมื่นก่อนที่ entity พื้นฐานจะพร้อม ประหยัดงบและลดความเสี่ยงจ่ายซ้ำซ้อน
มีการันตีว่า ChatGPT จะแนะนำแบรนด์ 100% ไหม
ไม่มีผู้ให้บริการรายใดการันตีได้ 100% ว่า ChatGPT หรือ Gemini จะแนะนำแบรนด์ เพราะ answer engine ปรับอัลกอริทึมตลอด สิ่งที่การันตีได้คือกระบวนการวางรากฐานและการวัดผล citation อย่างโปร่งใส หากเจอเจ้าที่การันตีอันดับตายตัวควรระวัง
บทความนี้อัปเดตล่าสุดปี 2026 ราคาและเงื่อนไขบริการอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ
